Narasak Tanthie...'s profileG [o] [o] D N [i] G [H] ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Narasak Tanthiensin

Occupation
Photo 1 of 38

Windows Media Player

G [o] [o] D N [i] G [H] T F [R] I D [A] Y

October 03

Big Man Don't Cry

ไร้...ซึ่งความรู้สึก ทำไมนะถึงได้เฉยชา

 

ที่จริงก็ไม่ได้ไรความรู้สึกซะทีเดียว แต่เพียงบอกไม่ได้ว่ารู้สึกยังไง

ตอนนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท้อแท้ อ่อนแอ หมดเรี่ยวแรง

แม้แต่จะอ้าปากพูด เป็นอะไรนะ บอกได้ไหมหัวใจ

หัวใจที่มันเหนื่อยล้า กับความรู้สึกต่างๆที่ผ่านเข้ามา

จนตอนนี้มันชา ไร้ความรู้สึกไม่ชอบเลย ที่ต้องเป็นแบบนี้

กี่ครั้งแล้วนะ ที่หาคำตอบไม่ได้ กับสิ่งที่เป็น

นานแล้วสินะที่เคยมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

ความรู้สึกแบบนั้นมันคืออะไรนะ บอกไม่ถูก

รู้แต่ว่าช่วงที่มีมัน แล้วรู้สึกตัวเบาเหมือนลอยได้

เฮ้อ...ชีวิต(คำนี้อีกแล้ว) เฝ้าหา เรียกร้อง เว้าวอน ร้องขอ

แต่ไม่มีคำตอบจากสิ่งนั้น

 

เอาละตอนนี้สบายใจขึ้นบางแล้ว คงเป็นเพราะได้ระบาย

คงเป็นสิ่งที่รออยู่ข้างหน้ามันท้าทายนะ

ชีวิตยังอีกไกล อย่าเพิ่งท้อ

รักตัวเอง รักเพื่อน รักพี่ รักน้อง รักหมา รัก...เธอเหมือนเดิม

September 05

....The One I Love....

 
ลืมไปตั้งแต่เมื่อไรแล้วนะ ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมเป็นอย่างนี้
 
วันนึงช่างยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด ฉันไม่รู้เลยว่าตอนเช้ามันหวนกลับมาได้อย่างไร

ไม่มีทางเลือก...ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เวลาที่มันยืดยาวออกไป

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือไม่ว่าจะทำอะไร...ก็ยังคิดถึงแต่คนๆเดียวเท่านั้น

ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ รู้ก็แค่เพียงสิ่งที่สามารถรักได้ การสารภาพรักอย่างรวดเร็ว ฉันรู้ว่ามันทำให้เจ็บปวด...ก็รู้อยู่

แม้จะรู้ว่าเป็นอย่างนั้น...ถึงแม้ว่าจะรู้

มันไม่มีทางเลือก...ไม่มี

มีแต่เพียงท่าทางอย่างนั้นที่มันผุดขึ้นมา

แม้จะหลับตาหรือลืมตาขึ้นอีกครั้ง....ก็ยังคิดถึงแค่เพียงคนเดียว

แม้แต่วันนี้ฉันก็ไม่สามารถลบท่าทางอย่างนั้นออกไปได้แม้แต่ช่วงเวลาเดียว...ฉัน...ไม่ว่าจะวันนี้ หรือเมื่อไร

...ฉันคิดถึงแต่เพียงเธอเท่านั้น...

ไม่มีทางเลือก ไม่สามารถทำอะไรได้เลย....เวลามันยืดยาวออกไป....ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ยังคิดถึงแต่คนๆเดียวเท่านั้น

....ฉันยังคงคิดถึงเพียงคนๆเดียวเท่านั้น....  

June 08

Feel Me

 ความเหงาและความรู้สึกเดิมเดิมที่ย้อนกลับมาทำร้ายเรา

 

            กี่ครั้งแล้วที่ความรู้สึกได้ทำร้ายเรา

            นานมาแล้วมีเรื่องราวบางเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกดี ดี ดีมากทีเดียวเป็นความรู้สึกที่พิเศษ

ที่เลือกที่จะมอบให้ใครคนหนึ่งมอบให้เค้าหมดทั้งใจแต่สิ่งที่ได้กลับมามันเป็นความรู้สึกที่เราผิดหวัง

อย่างมากกับคนคนหนึ่งแต่ไม่ได้รูสึกโกรธแม้แต่น้อย กลับกันรู้สึกดีใจที่เห็นเขามีความสุข

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ไม่ได้เป็นอะไร ขอให้มีความสุขนะ” สิ่งที่พูดได้ตอนนั้น

           

วันเวลาก็ล่วงเลยมานานเกือบปีความรู้สึกโหยหานั้นยากที่จะฝืนอีกต่อไปและเริ่มเข้าไปใน

ชีวิตเค้าอีกครั้ง ครั้งนีดูทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี(หรือคิดไปเองวะ) แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับในครั้งแรกมันทำให้เรากลัว

และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ความรัก ความเข้าใจของเพื่อนทุกคนที่มอบให้ทำให้ไม่พร้อมที่จะปลีกตัว

ออกไปจากกลุ่มเพื่อนจึงทำให้เราเลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตเค้าอีกครั้ง แต่มีสิ่งที่ต่างจาก

ครั้งแรก คือเราเป็นคนเลือกเดินออกมาเอง แล้วเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนทุกคน

 

            วันเวลาผ่านไปอีกครั้งทุกคนเริ่มแยกย้ายออกไปจากชีวิตของเรา ทุกคนไปตามเส้นทาง

ของชีวิตตัวเอง ความเหงาเริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ความรู้สึกโหยหาใครสักคนที่จะมาอยู่

เป็นเพื่อนคลายเหงา เริ่มถามตัวเองและออกค้นหาว่าสิ่งใดที่เราต้องการ แต่แล้วสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง

มันคือ ความรู้สึกเดิมเดิมกับคนเดิมเดิมที่ไม่รู้ว่าทำไมลืมมันไม่ได้สักทีนะ

 

ตอนนี้มีเรื่องที่พร้อมจะพูดด้วยมากมาย แต่ไม่มีเธออยู่ฟังแล้ว เธออยู่ที่ไหนนะ เธอออยู่กับใคร

เขาดูแลเธอดีรึเปล่า หรือเธอไม่มีใคร ถ้าเป็นอย่างนั้นให้โอกาสฉันได้ใหม โอกาสที่จะขอรักเธออีกสักครั้ง

เธอคงไม่รู้หรอกว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน ความคิดของฉันคงส่งเสียงไปไม่ถึงเธอ อย่าปล่อยให้ฉันทรมาน

กับความเหงาอีกต่อไป โลกไปนี้ช่างโหดร้ายนัก ฝนตกก็เหงา แดดออกก็เหงา กลางวันก็เหงา กลางคืนยิ่งเหงา

อาจเป็นเพราะโลกนี้มันกว้างไป หัวใจฉันจึงเหงา เมื่อเหงาหัวใจฉันก็อ่อนล้า ตัวฉันก็อ่อนไหว

แล้วฉันจะทนความเหงาได้อีกเท่าไหร่

 

ฉันเป็นเพื่อนได้กับทุกคนยกเว้นความเหงานะ

           

                                                                                                                                                                                   Harusame

 

 

 

May 14

A Life Now

เฮ้อ...ชีวิต คำพูดติดปากเลยทีเดียว

        มีสิ่งหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สิ่งนั้นผ่านเข้ามาเพียงวูบหนึ่งแล้วก็ผ่านออกไป สิ่งนั้นให้ความรู้สึกที่พิเศษมาก

แต่ก็ใช่ว่ามันจะผ่านออกจากชีวิตไปซะทั้งหมดมันหลงเหลือความรู้สึกดีดีเอาไว้ซึ่ง บางทีมันอาจจะดีกว่าสิ่งที่คาดหวัง

        บางครั้งมันอาจจะมีน้ำตาบ้างในการยอมรับมัน แต่เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุผลในตัวของมัน

ยิ้มให้กับสิ่งที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านออกไป แต่ร่องรอยของมันก็มีสิ่งดีดีเหลืออยู่ ดังนั้นเราก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามที่มันจะเป็น

        ตอนนี้ชีวิตกำลังอยู่ในช่วงหยุดพัก พักและพัก เพราะสิ่งที่ทำอยู่มันเหนื่อย เหนื่อยที่จะวิ่งตามทุกสิ่งทุกอย่าง

        อ่อนล้า อ่อนแอ แต่ไม่ท้อแท้

        หลังจากนี้จะเป็นการเริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่างใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำแล้วทำให้ชีวิตของตัวเองและคนรอบข้างมีความสุข

และไม่เดือดร้อนใคร จากนี้คิดว่าชีวิตคงมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะบางสิ่งที่ต้องทำหรืออยากทำ แล้วยังไม่ได้ ลงมือทำ

คงถึงเวลาสักที คงไม่มีอีกแล้วที่จะพูดว่า “พรุ่งนี้ค่อยทำ” 

เพราะบางทีอาจจะ ไม่มีพรุ่งนี้ ให้ทำอะไรที่อยากทำก็ได้

อืม... มาปล่อยความรู้สึกทั้งหมดลงบนตัวหนังสือแล้วมันดีอย่างนี้นี่เอง

 

April 25

A day

 

            เย็นวันหนึ่งขณะที่นั่งรถเมล์กลับบ้านนั่งฟังเพลงทำตัวเสมือนกับว่าทั้งคันรถมีแค่เรา

กับคนขับและพนักงานเก็บค่าโดยสารวันนั้นฟ้ายังไม่มืดเหมือนทุกวันเลยมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

ที่พระอาทิตย์กำลังจะจากลาไป

นั่งคิดอิจฉาท้องฟ้าแม้เวลาที่พระอาทิตย์จากลาไปก็ยังมีดวงดาวและพระจันทร์

ที่ค่อยๆพากันส่องแสงมาอยู่เป็นเพื่อนกับท้องฟ้าเวลาค่ำคืน ครั้นพอรุ่งสางดาว

และพระจันทร์หายไป พระอาทิตย์ก็กลับมาส่องแสงอีกครั้ง เป็นอย่างนี้อยู่ตลอด

เวลาที่ท้องฟ้าเศร้า (ฝนตก) ก็ยังมีรุ้งกินน้ำที่ขึ้นมาปลอบใจ

            เราอาจจะนึกถึงคนที่มาเติมเต็มหัวใจในวันที่เหงา หรือเศร้า เฝ้ารอวันที่เขาคนนั้น

จะมีใจ และยอมรับในสิ่งที่เราเป็น จนบางครั้งมันเหมือนกับคนที่อยู่ในความฝันเพราะสิ่งที่เราคิด

ว่าเขาคงจะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้เราไปเดือดร้อนแทนเขาไปทั้งหมด ทั้งทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเขา

ต้องการหรือไม่ แต่เราก็แค่อยากให้เขารู้ความรู้สึกของเรา แม้ไม่รู้ว่าเขาพร้อมที่จะรับฟังรึเปล่า

แต่กลัวถ้าเราจะปล่อยเขาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไร กลัว ม.ค.ป.ด. เฮ้อ

พอฟ้ามืดก็คิดถึงคนที่อยู่รอบตัว

เราอาจมองข้ามคนที่อยู่รอบตัวของเราไป อาจเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อนที่ร่วมทุกข์

ร่วมสุขกันมา ไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกแบบไหน หรือใครจะเดินจากเราไป

แต่พวกเขาเหล่าก็ยังคงอยู่รอบๆตัวเราตลอดเวลา  บางเวลาที่บอกว่า เขาทิ้งเราไป

เราไม่เหลือใครแล้ว ไม่จริงหรอกเรามองข้ามคนที่อยู่ รอบตัวเราไป

             ท้องฟ้าเวลากลางคืนนี่ช่างโรแมนติกเสียจริงหลงรักซะแล้วสิ

            มีคนเคยบอกว่า บางค่ำคืนมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายที่น่าจดจำ

เอาน่า ราตรีนี้อีกยาวไกล

ถึงบ้านพอดี

April 18

A Lone

  

            “ความเหงา” ผมเชื่อว่าทุกคนรู้จักคำคำนี้ คำที่สั้นๆแต่บอกความรู้สึกมากมาย คำที่มนุษย์เราไม่ยากพบเจอแต่บางครั้งก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

บางคนเฝ้าเสาะแสวงหาคนที่จะมาทำให้ความเหงาของตัวเองลดน้อยลง บางคนก็สมหวังแต่บางครั้งมันก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่เขาคนนั้นอยู่กับเรา

แต่ไม่ว่าจะผิดหวังมากี่ครั้งมนุษย์ก็ยังไม่หยุดที่จะหาใครสักคนที่มาทำให้ตัวเองหายเหงา สำหรับบางคนแล้วอาจจะโชคดีที่มีคนคนนั้นอยู่ข้างๆแล้ว

คนที่ทำให้เราหายเหงา คนที่พร้อมจะเติมเต็มทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต คนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันไปตลอด

           

            สำหรับมนุษย์บางคนก็คุ้นเคยกับความเหงา บางคนเลือกที่จะคุ้นเคยกับมัน แต่บางคนก็เลือกไม่ได้ บางคนความเหงาอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา

สำหรับชีวิตเขา แต่ในความเป็นจริงมนุษย์ทุกคนอยู่ในโลกนี้คนเดียวไม่ได้หรอก บางครั้งผมก็เลือกที่จะอยู่กับความเหงา ลองอยู่คนเดียว

และลองฟังเสียงของความเหงาดูสิ ว่ามันช่างทรมาน เปล่าเปลี่ยวแล้วหัวใจของคุณก็จะเรียกร้องให้คุณเฝ้ามองหาใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อน

ในบางครั้งผมคิดว่า ความเหงาของการที่มีชีวิตอยู่คนเดียว กับความเจ็บปวดชอกช้ำจากการมีใครสักคนแล้วเขาต้องจากลาไปความรู้สึกแบบไหน

มันทรมานกว่ากัน “ความเหงา” อาจจะไม่เจ็บปวดแต่ทรมานใจ ไม่เสียใจแต่ก็ไม่มีความสุข แต่ “ความรัก” ทั้งทรมาน ทั้งเจ็บปวด แบบที่อธิบายไม่ได้

 แต่ในขณะที่มีมัน มันก็ทำให้เรามีความสุขแบบอธิบายไม่ได้

           

             เพราะฉะนั้นแล้วระหว่าง “ความเหงา” ที่สุดแสนจะทรมานใจแต่ไม่เจ็บปวด กับ “ความรัก” ที่ทั้งทรมานและเจ็บปวด

แต่มีความสุขที่เหลือจะบรรยาย มันเป็นสิ่งที่เลือกไม่ยาก มีคำกล่าวที่ว่า

“ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอดยอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง”

แต่ถ้าอยู่บนโลกนี้โดยปราศจากความรักผมเลือกที่จะตาบอดดีกว่า แต่ต้องรักอย่างมีสตินะ

 

 

 

 Harusame

April 12

A Live

     

    อืม ไม่ได้มาเยี่ยมเยียน Blog ตัวเองซะนาน นี่ก้อพอจะมีเวลาบ้าง

ก่อนอื่นก้อ สวัสดีทุดคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียน Bolg อะนะ โดยเฉพาะเพื่อนที่ร่วมทุกข์และสุขกันมาตลอด ทั้งเพื่อน ทวีธา และเพื่อนๆที่ บพิตรทุกคน ตอนนี้คิดว่าส่วนใหญ่คงจะได้งาน กันเกือบหมดทุกคนแล้ว สำหรับเพื่อนที่ยังไม่มีงานทำก้อสู้กันต่อไปนะ เชื่อว่าเพื่อนทุกคนมีความสามารถนะ แต่เราอาจจะยังหาตัวเองไม่เจอ บางคนอาจจะได้งานที่ชอบ บางคนอาจจะได้งานที่ไม่ชอบ หรือไม่เหมาะกับตัวเอง แต่ก้อนะ มนุษย์เราบางทีมันมีทางเลือมากมายแต่บางครั้งเราก้อเลือกที่จะปฎิเสธทางเลือกเหล่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก้อตาม เราก้อต้องยอมรับในสิ่งที่เราเลือก

  ถ้าไม่รักงาน                                     ถ้าไม่รักใคร                                                         ถ้าเขาไม่รักเรา

 ก้อจงเปลี่ยนงาน                                ก้อจงเดินจากไป                                                  ก้อจงเดินจากเขามา

ถ้าเปลี่ยนงานไม่ได้                              ถ้าเดินจากไปไม่ได้                                             ถ้าตัดใจจากเขาไม่ได้

ก้อจงรักงานนั้นให้ได้                            ก้อจงเดินจากไปให้ได้                                         ก้อจงเก็บเขาไว้ “แค่ในใจ”

  ตอนนี่โหน่งก้อได้งานแล้ว เป็น Editor อยู่ที่บริษัท PLAT Magazine House (Move Magazine เก่า) คิดว่าชอบกับสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้นะแม้เงินเดือนจะน้อยไปหน่อยแต่ ถ้ามันเป็นสิ่งที่เรารักก้อโอนะ สำหรับเพื่อนที่กำลังทำงานอยู่แล้วไม่ชอบในงานที่ทำ คิดซะว่าชีวิตมันเพิ่งเริ่มต้น ลองหาประสบการณ์ไปก่อน แต่ สิ่งที่สำคัญก้อคือ “เราต้องหาตัวเองให้เจอว่าอะไรที่เหมาะกับเรา"

  ขอให้ทุกคนโชคดีกับชีวิตที่โหน่งเชื่อว่า มันเพิ่งเริ่มต้นแค่นั้นเอง